[SF] Angel VS. Demon In The Mission Of Love [2/5]

posted on 26 Aug 2009 16:42 by fangneverdie

 

 

 กดF5เพื่อความสดใสยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

[SF]  Angel  VS. Demon In The Mission Of Love  [2/5]

Author : T-ReX

Pairing : TemG  +  BaeRi

Genre : Romantic Comedy

Rating : PG 

 

Author’s Note : กลับมาแว้ววววฮับ^^  หลังจากที่หยุดเขียนฟิคไปราวๆหนึ่งเดือน  ไม่รู้จะยังมีคนกลับมาอ่านกันอยู่หรือเปล่า  ฮี่ๆๆๆๆๆ  ดีใจที่ได้กลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อเพราะส่วนตัวชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษมันไม่เครียดดี  แต่พอกลับไปเขียนสติกม่าต่อมันก็จะดึงอารมณ์ไปอีก  เค้าเลยรู้สึกนับถือคนที่เขียนเรื่องยาวๆแล้วเนื้อเรื่องเป็นแนวดราม่ามากๆเลย...เอาล่ะไม่พูดมากดีกว่าเพราะยังต้องมีงานอื่นค้างอีกเพียบเลย...แอบแว่บมาแบบนี้เป็นเด็กไม่ดีจริงๆเลยเรา เอิ้กๆๆๆๆ^^ รักคนอ่านแล้วเม้นต์เหมือนเดิมน๊า จุ๊บๆๆๆๆๆ^3^  

 

~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~** 

 

 

เที่ยวบิน GD 1808 จะทำการแลนด์ดิ้งภายในอีก 30 วินาที ขอย้ำๆ เที่ยวบิน GD 1808  สายการบินจากสวรรค์ปลายทางโลกมนุษย์จะทำการลงจอดภายใน 30 วินาที  ผู้โดยสารและกัปตันซึ่งก็คือเราคนเดียว..อิอิ  กรุณารัดเข็มขัดให้แน่น……………….เหลือระยะทางอีก  100เมตร.......75........50.........30..............12.............5 อ้าวเฮ้ย!! ป-ปีก  ดะ-เดี๋ยวเด่ะยังไม่ถึงพื้นดินเลย  แว้กกกก 

 

ฟิ้วววว~ 

 

ตุ้บ!! 

 

แอ่ก~” 

 

ฮึก....แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  เจ็บอ่ะ!!!” 

 

ท่ามกลางค่ำคืนที่สลัวด้วยแสงของพระจันทร์ที่เต็มดวง  ตรอกซอกซอยที่เคยแสนวุ่นวายตอนนี้กลับเงียบสงบไร้คนจอกแจ่กจอแจดั่งเช่นตอนกลางวันที่เป็นปกติวิสัยของชนชาวมนุษย์โลก  ถนนที่เคยคลาคล่ำด้วยรถมากมายตอนนี้กลับมีสัญจรเพียงไม่กี่คัน...ทิ้งให้พื้นถนนเหงาหงอยพื้นยางมะตอยเย็นเฉียบด้วยอากาศในฤดูหนาว...แต่กระนั้นก็ยังมีเด็กหนุ่มตัวน้อยนั่งคลำก้นป้อยๆมืออีกข้างก็ยกขึ้นมาปัดน้ำตาออกจากแก้ม...(เอ่อ...ใช่นั่งอยู่กลางถนน = =^) 

 

บ้าที่สุดเลย  ฮืออออ  รู้หรอกว่าพอถึงโลกมนุษย์จะใช้ปีกไม่ได้  แต่รอให้ถึงพื้นก่อนไม่ได้หรือไง...อยู่ๆก็หายไปเฉยเลย  เอ๊ะ...แล้วนี่อะไรหว่า? ปากบางอิ่มขยับบ่นอุบอิบอยู่ลำพัง...(เอ่อ...ใช่ยังอยู่กลางถนน = =^^) มือน้อยเอื้อมไปจับเจ้าสิ่งที่ตนเองสะพายอยู่กลางหลัง กระเป๋าเป้?...มาไงหว่าตอนลงมาไม่ได้เอามาด้วยนี่นา...อ้อ....หรือว่าปีกเรากลายเป็นเจ้านี่  มีอะไรมั่งน๊า??^^” 

 

ในขณะที่เด็กหนุ่มตัวน้อย (ที่ยังอยู่กลางถนน = =^^^) กำลังพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาจากพื้นยางมะตอยของพื้นถนน  และกำลังสาละวนกับการสำรวจสิ่งของในกระเป๋าเป้ของตน... 

 

ปิ๊นนนนน!!!!  เอี๊ยดดดด!!!! 

 

หือ???  เหวอออ...ป-ปีศาจ  อ่อก~” เด็กหนุ่มตัวน้อยตาโตเมื่ออยู่ๆก็มีแสงไฟสว่างจ้าจากไฟหน้ารถยนต์มาสด้า 3 (...30 ปีที่แล้วยังใช้ได้ดีอ่ะนะ T^T) เคลื่อนเข้ามาใกล้ตนเรื่อยๆ ด้วยความเร็วสูง (สูงกว่าเดินเอาหน่อยนึง TT^TT) ด้วยความตกใจเด็กหนุ่มจึงเป็นลมล้มฟุบลงไป 

 

เฮ้ย!! เวรแล้วกรู....ชนด้วยหรือวะ??  กรูว่ากรูเบรกทันแล้วนะ ชายหนุ่มคนขับรีบถลาลงจากรถคันงาม(?)เพื่อมาดูความเสียหายของรถตนเอง...เอ้ย!!!...เพื่อมาดูเด็กหนุ่มที่หมดสติอยู่บนถนนห่างจากหน้ารถของเขาเกือบสองเมตร 

 

คุณ?  คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?...เฮ้!! ...อ้าวยังเด็กอยู่เลย  ผู้หญิง??...ไม่สิผู้ชายนี่หว่า  เอาไงดีวะ?? 

 

ชายหนุ่มลังเลก่อนที่จะตัดสินใจอุ้มร่างน้อยที่หมดสติและจับยัดเข้าไปวางไว้ที่เบาะหลัง  แล้วตนเองก็รีบขึ้นไปนั่งที่นั่งคนขับก่อนที่จะเหยียบคันเร่งจนมิดแล้วรถก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วไม่เกิน 50 km/hr  Y^Y 

 

* 

 

* 

 

* 

 

อืมมมร่างน้อยบนโซฟาสีน้ำตาลทึบ(เก่าๆ) ขยับตัวนิดๆ พร้อมส่งเสียงครางเบาๆ ให้คนที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างกระเถิบตัวเข้ามาดูใกล้ๆ 

 

นี่...ตื่นสิเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยังไม่ได้สติดีชายหนุ่มจึงส่งเสียงเรียกพร้อมกับใช้ปลายนิ้วมือจิ้มเบาๆไปที่หน้าผาก.. 

 

ฮื้ออออออร่างน้อยขยับตัวหนีสัมผัสแต่ตายังคงปิดสนิท 

 

เฮ้ย....ไอ้หนูตื่นดิ  อย่ามาตายที่บ้านฉันนะเว้ยชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นเพราะความกังวลกลัวว่าตัวเองจะเป็นสาเหตุทำให้หนุ่มน้อยคนนี้บาดเจ็บสาหัส  หรือพิการไป....หลังจากที่พาร่างเด็กหนุ่มคนนี้เข้าบ้านมาได้เขาก็พยายามจะสำรวจหาร่องรอยของบาดแผลจากอุบัติเหตุเมื่อครู่  แต่พบเพียงแค่รอยฟกช้ำตรงข้อศอกกับแขนนิดหน่อยแค่นั้นเอง  พาลทำให้ชายหนุ่มคิดว่าเจ้าหนุ่มน้อยอาจจะล้มลงไปหัวฟาดพื้นจึงทำให้หมดสติไปก็เป็นได้  แต่พอลองสำรวจดูที่ศีรษะของเด็กหนุ่มดูแล้วก็ไม่เห็นรอยช้ำหรือบาดแผลแต่อย่างใด  แต่ที่แน่ๆเขารู้สึกว่าเจ้าเด็กน้อยนี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ ไหนจะการแต่งกายด้วยโทนสีขาวทั้งชุด...ถึงแม้จะเป็นการแต่งตัวตามสไตล์วัยรุ่นทั่วไปก็เหอะแต่สีขาวทั้งชุดนี่มันดูแปลกๆแฮะ...แล้วผมบลอนด์ทั้งหัวนี่อีก  ผิวสีน้ำนมนี่อีก...ให้ตายเหอะเด็กนี่ดูบริสุทธิ์เป็นบ้า  คงจะบริสุทธิ์กว่าใครในโลกนี้เลยล่ะมั้ง...หรือจะเป็นเทวดา???  จะบ้าหรือเปล่าเรา....คิดได้ไงเนี่ย  ถ้าเป็นเทวดาจริงๆจะจับมาขัดหาเลขเด็ดซะให้เข็ด ^[]^ 555555 

 

อืมมม  อ่ะ!!! ปิศาจ  ปิศาจจะกินข้าแล้วท่านพ่อ!!!” เด็กหนุ่มตัวน้อยผวาลุกขึ้นนั่งหลังตรงในทันใด  ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งพิจารณาใบหน้าของหนุ่มน้อยเมื่อครู่ตกใจหงายหลังลงไปกับพื้น 

 

อู้ยยย...เจ็บนะเนี่ยแหกปากออกมาได้ตกใจหมด ชายหนุ่มลุกขึ้นยื่นพลางมองหน้าเด็กหนุ่มด้วยสายตาตำหนิ   เด็กหนุ่มเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ายังมีใครอีกคนอยู่ด้วยแถมสถานที่ก็เปลี่ยนไปจากตอนที่ลงมาถึงโลกใหม่ๆอีกด้วย  ทำให้เกิดอาการหวาดระแวงหันมองซ้ายขวาพลางกระเถิบถอยหนีชายหนุ่มที่ตอนนี้เดินเข้ามาใกล้ 

 

เป็นอะไร?....นี่เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? 

 

ห-หา? เด็กหนุ่มทำหน้างุนงง 

 

ก็ฉันขับรถชนเธอแล้วเธอหมดสติไป  เจ็บที่ตรงไหนหรือเปล่า? ชายหนุ่มหยุดเดินเมื่อเห็นว่ายิ่งเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มตัวน้อยยิ่งถอยออกห่าง 

 

ข้า? เด็กหนุ่มมองหน้าชายผู้อยู่ตรงหน้าอย่างกลัวๆพลางชี้นิ้วมาที่ตนเองเป็นเชิงถามว่าชายหนุ่มนั้นกำลังพูดถึงตนอยู่อย่างนั้นหรือ 

 

ก็เออเซ่...เธอน่ะแหละ ชายหนุ่มเอามือลูบหน้าตนเองอย่างรำคาญ แล้วจะกลัวฉันทำไมเนี่ย? ฉันช่วยชีวิตเธอมานะ...ถ-ถึงฉันจะเป็นคนที่ขับรถชนเธอก็เถอะ..ต-แต่ฉันก็ช่วยเธอมานะ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนกับว่ามันไม่ใช่ความผิดของตน 

 

รถชน?.....ไม่ใช่ปิศาจจะกินข้าหรอกหรือ? เด็กหนุ่มถามขึ้นมาเบาๆ  แต่คำถามทำเอาชายหนุ่มอ้าปากค้าง 

 

ฮือออออ สวรรค์ทำไมผมถึงซวยยังงี้   เกิดมาจนไม่พอ...เปิดร้านเบเกอรี่ก็กำไรหด  มีบ้านเช่าเก่าๆไว้ซุกหัวนอน  มีรถแก่ๆให้ขับ...แล้วยังจะไปชนคนเข้าอีก  มิหน่ำซ้ำชนคนบ้าซะด้วย ฮืออออ 

ชายหนุ่มวิ่งไปที่หน้าต่าง...น้ำตาคลอเบ้าสองมือทึ้งผมเกรียนๆของตัวเอง  ปากเม้มจนบางเป็นเส้นตรง  พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าอย่างต้องการคำตอบของคนที่อยู่บนนั่น.... 

 

~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^* 

 

 

ฝ่ายสวรรค์ 

 

 

หนอยแน่ะไอ้เด็กคนนี้  เจ้าบังอาจนักมาว่าลูกข้าเป็นคนบ้า  ทั้งที่เจ้าเกือบจะทำให้จียงของข้าเจ็บตัวแล้วเชียว  เดี๋ยวปั๊ดสาปให้เกิดมาเตี้ยล่ำแบบนี้ทุกชาติไปหรอก 

 

ราชาแห่งเทพที่นั่งดูภาพเหตุการณ์บนโลกมนุษย์จากหน้าจอคอมฯบนโต๊ะทรงงานตั้งแต่เห็นบุตรชายของตนลงไปถึงพื้นโลกและเกือบถูกรถชน  ก็ทำให้ราชานั่งไม่ติดเป็นห่วงบุตรชายเพียงองค์เดียวจับใจ  โดยเฉพาะเมื่อบุตรชายผู้งดงามถูกแตะเนื้อต้องตัวยามหมดสติ  ราชาแห่งเทพก็แทบจะจรลีลงไปสั่งสอนเจ้ามนุษย์โลกผู้บังอาจนั้นเสียให้สิ้นซาก  แต่โชคยังเข้าข้างมนุษย์นั้นอยู่บ้างเมื่อราชาแห่งเทพถูกห้ามปรามโดยเลขาฯคนสนิทที่ร่วมนั่งดูเหตุการณ์ของเจ้าชายองค์น้อยบนโลกมนุษย์อยู่ไม่ไกล 

 

ใจเย็นๆก่อนเถอะพระราชา  เจ้าชายจียงยังไม่เป็นอะไรเสียหน่อย 

 

ไม่เป็นอะไรกันเล่าเบ็คกี้  เจ้าก็เห็นว่าไอ้มนุษย์นั่นลูบๆคลำๆกายลูกข้าแบบนั้น ราชาแห่งเทพแย้ง 

 

มนุษย์นั่นก็แค่สำรวจดูว่าร่างกายของเจ้าชายจะบาดเจ็บหรือเปล่าเท่านั้นแหละพะยะค่ะ  ข้าไม่เห็นว่าเขาจะมีเจตนาไม่ดีตรงไหนเลย ผู้ที่เป็นทั้งเลขาฯคนสนิทและเป็นพระพี่เลี้ยงของบุตรตนเอ่ยอธิบายด้วยเหตุผล  ทำเอาราชาแห่งเทพยอมจำนนด้วยเพราะเป็นความจริงแต่ยังอดที่จะห่วงบุตรชายของตนไม่ได้ 

 

...ข้าคิดถึงจียงจังเลยเบ็คกี้  ข้าทำถูกหรือเปล่าที่ส่งลูกข้าลงไปที่ที่อันตรายแบบนั้น? องค์ราชาเท็ดดี้ทอดกายลงนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิมพลางทอดถอนใจออกมา 

 

มีสิ่งใดที่พระองค์ตัดสินพระทัยผิดบ้างเล่า?  ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าสิ่งที่พระองค์ตัดสินใจไปผิดหรือถูก....แต่ข้ายังจำเหตุการณ์ที่ห้องไตร่สวนได้แม่นยำ...เจ้าชายแสดงท่าทีออกมาให้เห็นว่าพระองค์ทรงเจริญวัยขึ้นมากแล้ว  และพร้อมที่จะพิสูจน์พระองค์เองให้องค์ราชาได้เห็น  พระองค์ควรจะเชื่อพระทัยเจ้าชายจียงนะพะยะค่ะ....พระองค์คิดถึงเจ้าชาย  ข้าเองก็คิดถึงไม่แพ้กัน...แต่ทุกอย่างควรให้เดินไปตามกาลเวลาและโชคชะตาดีกว่านะพะยะค่ะ 

 

เจ้าเป็นที่ปรึกษาที่ดีจริงๆเบ็คกี้  การคิดถึงลูกชายทำให้ความโกรธเข้าครอบงำข้าได้ง่าย  เจ้าซะอีกที่ควบคุมสติได้ดีกว่าข้า  น่าละอายนัก ราชาแห่งเทพส่ายศีรษะให้กับความอ่อนแอของตนเอง 

 

ไม่หรอกพะยะค่ะ  นั่นเป็นเพราะความห่วงใยในฐานะพ่อซึ่งไม่ผิดอะไรหรอกพะยะค่ะ  แต่ข้าว่าท่านควรที่จะพักผ่อนดีกว่า  ทางนี้เดี๋ยวข้าจะเฝ้าดูเจ้าชายเอง เบ็คกี้อาสาที่จะคอยดูความเคลื่อนไหวของเจ้าชายตัวน้อยบนโลกมนุษย์ให้  ตอนแรกราชาทำท่าจะไม่ยอมแต่ด้วยเหตุผลต่างๆนานาที่เบ็คกี้ยกขึ้นมาอ้างทำให้ราชาแห่งเทพตัดใจเข้าห้องบรรทมไปในที่สุด 

 

ทางฝ่ายเบ็คกี้เมื่อเห็นว่าราชาแห่งเทพเข้าบรรทมแล้ว   ก็หันหลับมาให้ความสนใจกับภาพบนหน้าจอคอมฯเหมือนเดิม  พร้อมทั้งอมยิ้มนิดๆแล้วเอ่ยกับตนเองเบาๆ เจ้ามนุษย์บ๊องเอ้ย...ถ้าไม่ติดว่าเจ้าเตี้ยเหมือนข้า...ข้าไม่ช่วยเจ้าไว้ร้อก 

 

~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^*~^* 

 

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังละเมอเพ้อพบอยู่กับความคิดของตนเองเรื่องที่ขับรถชนคนสติไม่ดีอยู่นั้น  เด็กหนุ่มที่มีท่าทีหวาดกลัวเมื่อครู่ก็ดูเหมือนจะได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว  และนั่งทบทวนภาพสุดท้ายก่อนที่ตนจะหมดสติไป 

 

รถชน?.....ไม่ใช่ปิศาจหรอ??  ก็ข้าเห็นตาแดงๆโตๆสองดวงกำลังพุ่งเข้ามาหาข้า  ไหนจะเสียงร้องหวีดแหลมนั่นอีก...เอ่อออ...ข้าคิดไปเองงั้นหรือเนี่ย  จะว่าไปเจ้ายานพาหนะของมนุษย์โลกนี่ก็มีไฟโตๆสองดวงอยู่ข้างหน้าเหมือนกันนี่นา  อุ๊บส์....ข้าสติแตกไปเองจริงๆด้วยแฮะ....อืมมมม  แล้วเจ้ามนุษย์นี่น่ะหรือช่วยชีวิตข้าไว้ 

 

เอ่ออ...ท่าน.. ร่างน้อยค่อยๆขยับเดินเข้าไปหามนุษย์หนุ่มที่ยังยืนถกเถียงอยู่กับความคิดของตนเอง เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังไม่รู้สึกตัวเด็กหนุ่มจึงตะเบ็งเสียงให้ดังขึ้น ท่าน!!!!!!” 

 

โอ้ยยยย  อู้ยยยยเจ็บ...แสบแก้วหูด้วย และดูเหมือนจะได้ผลดีมากเมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงแหลมแสบแก้วหูของเด็กหนุ่มก็สะดุ้งสุดตัวตนหัวโขกบานหน้าต่าง เธอจะแหกปากทำไมเนี่ยห่ะ? 

 

ก-ก็ข้าเรียกท่านแล้วท่านไม่ได้ยินเองอ่ะ ร่างน้อยขยับถอยห่างออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มดูจะไม่พอใจนิดๆ 

 

เอ่อ...ฉันคิดอะไรเพลินๆน่ะ  แล้วว่าไงล่ะเรา?....ตกลงเธอ  เป็นใคร?  อยู่โรงพยา..เอ้ย!! ฉ-ฉันหมายถึงบ้านอยู่ไหนน่ะ?  ถ-ถ้าไม่เป็นไรมากเดี๋ยวฉันจะขับรถไปส่ง ชายหนุ่มพูดโดยพยายามควบคุมสติของตนเอง 

 

ข-ข้าคงเข้าใจผิดไปเองเรื่องปิศาจ  ข้าคงถูกท่านขับรถชนจริงๆแหละ...ว่าแต่ท่านทำยังไงถึงขับรถชนข้าได้? เด็กหนุ่มที่ตอนนี้ดูผ่อนคลายมากแล้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ 

 

แต่ด้วยคำถามที่ถามไปไม่ได้รับคำตอบแถมยังถูกถามกลับ  แล้วคำพูดที่ย้ำว่าเขาเป็นคนขับรถชนนั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเก่า ทำยังไงฉันถึงข-ขับรถชนเธอได้น่ะหรอ?....จะบ้าเรอะ!!!  ฉันสิจะต้องเป็นคนถามคำถามนั้นค่ำมืดดึกดื่นเธอไปทำบ้าอะไรอยู่กลางถนนแบบนั้นห่ะ? 

 

ไม่น่าถามเลยเรา  ก็เพราะเด็กนี้เป็นคนบ้าอ่ะสิ...หลุดมาจากรพ.ไหนฟะเนี่ย?ชายหนุ่มเริ่มวุ่นวายกับความคิดของตนเองอีกครั้ง 

 

เมื่อเด็กหนุ่มเริ่มอธิบายบางอย่างสมองของชายหนุ่มก็งุนงงเกินกว่าจะรับรู้สิ่งที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางสีชมพูสดนั่น  ดูเหมือนเวลานานราวกับค่อนชีวิตกว่าที่เด็กหนุ่มจะอธิบายจบ  แต่ท้ายที่สุดชายหนุ่มรับรู้เรื่องราวที่เหมือนนวนิยายแฟนตาซีนั้นเพียงครึ่งๆกลางๆ  จำได้แค่บางประโยคอย่างเช่น สวรรค์-ทำผิด-ภารกิจ-โลกมนุษย์-ปีก-ปิศาจ-รถยนต์ 

 

ท่านเข้าใจที่ข้าพูดมั๊ย?? หนุ่มน้อยเอียงคอถาม 

 

ชายหนุ่มเอามือกุมศีรษะราวกับว่าถ้าไม่ทำแบบนั้นสมองข้างในจะทะลักออกมาเพราะอาการปวดหนึบเริ่มทวีความรุนแรงเรื่อยเมื่อได้ฟังถอยคำที่เปล่งออกมาอย่างเจื้อยแจ่วของเด็กหนุ่มตัวน้อย 

 

ขอร้อง....หยุดเรียกฉันว่าท่านสักทีฉันมีชื่อนะเฟ้ย  ฉันชื่อยองเบ...เอ้อ...จริงสิเธอล่ะชื่ออะไร? 

 

จียง...เรียกข้าว่าจียง เด็กหนุ่มยิ้มหน้าบานตอบ  ทำเอายองเบเริ่มยิ้มออกบ้าง 

 

อย่างน้อยก็รู้ชื่อตัวเองล่ะนะ ยองเบพึมพำเบาๆ แต่จียงก็ได้ยิน 

 

ก็แล้วทำไมข้าถึงจะไม่รู้ชื่อข้าล่ะ?  ท่าน..เอ้ย!! ยองเบนี่พูดอะไรแปลกๆ 

 

เฮ้อออ...ฉันไม่อยากให้เธอพูดคำนั้นเลยจริงๆ ยองเบส่ายหัวไปมา แล้วตกลงเธอ...มีบ้านอยู่ที่สวรรค์? 

 

เรียกจียงสิ...อย่าเรียกเธอข้าไม่ใช่เด็กผู้หญิงสักหน่อย...ใช่บ้านข้าอยู่บนสวรรค์  เอ...อันที่จริงเรียกว่าปราสาทจะถูกกว่านะ จียงตอบด้วยแววตาใสซื่อจนยองเบกุมขมับอีกรอบ 

 

โอเคๆ...ปราสาทก็ปราสาท ยองเบหลับตาแล้วพยายามรวบรวมความคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรกับเด็กหนุ่มคนนี้ดี แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้ของเด็กหนุ่มที่เขาเก็บขึ้นรถมาด้วย จริงสิ...นี่กระเป๋าเธอใช่ป่ะ?  ข้างในมีอะไรบ้าง...ขอฉันดูหน่อยได้มั๊ย? 

 

บอกว่าให้เรียกจียงไง....เอาเลยดูสิข้าก็ยังไม่รู้เลยว่าข้างในมีอะไรบ้าง จียงเดินเข้าไปดูขณะที่ยองบเริ่มรูดซิปเปิดกระเป๋าออก  เมื่อกระเป๋าเป้ถูกเปิดออกยองเบขมวดคิ้วมุ่นในขณะที่จียงตาโตพร้อมกับยิ้มกว้าง 

 

ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ยองเบผิดหวังเพราะหวังจะพบที่อยู่ของครองครัวเด็กหนุ่มที่พอจะติดต่อได้  หรือแม้แต่ซองยาของโรงพยาบาลที่เขาอาจนำตัวเด็กหนุ่มนี่ส่งกลับคืนได้  แต่กลับพบว่าภายในกระเป๋านั้นว่างเปล่าไม่มีอะไรสักชิ้น 

 

ใครว่า!!...นี่ไงล่ะลูกศรแห่งความรักสำหรับภารกิจของข้า  แล้วนี่ก็...ว้าวววว  ทัชโฟนยี่ห้อแองเจิลบนสวรรค์รุ่นนี้กำลังมาแรงเลยจะบอกให้  ว้า...จำกัดให้รับสายได้อย่างเดียวแฮะ  แล้วนี่... 

 

พอๆหยุดก่อน  ฉันไม่เห็นจะมีอะไรสักอย่างเดียวเธอหยุดจินตนาการแล้วออกมาสู่โลกแห่งความจริงสักนาทีได้มั้ยเนี่ย?? ยองเบหมดความอดทนจนในที่สุดก็เอ่ยขัดออกมา  ทำเอาจียงหน้าเสียและกลายเป็นบึ้งตึงในที่สุด 

 

ข้าไม่ได้จินตนาการนะ!! ยองเบดูนี่สิของเยอะแยะท่านบอกว่าไม่เห็นได้ไง? จียงยกลูกศรสีทองหนึ่งกำมือให้ยองเบดู  แต่ภาพที่ยองเบเห็นกลับเป็นเพียงอากาศธาตุจียงแค่กำมือเปล่าๆไม่เห็นมีอะไรอย่างที่เด็กหนุ่มอ้างถึงเลยสักนิด 

 

เธอ....เธอมันบ้า ยองเบกล่าวอย่างเหลืออด 

 

ข้าไม่ได้บ้านะ  ข้าเป็นเจ้าชายบนโลกสวรรค์ ฮึก....เลิกเรียกข้าว่าเธอสักที  ข้าบอกให้เรียกชื่อข้าไง  ฮืออออ เมื่อจียงเห็นแววความไม่เชื่อใจในดวงตาของยองเบก็เกิดความหวาดหวั่นขึ้นมา  บวกกับความรู้สึกโกรธที่อยู่ๆมนุษย์โลกผู้ต้อยต่ำนี้บังอาจมากล่าวหาว่าเขาเป็นบ้า  ทั้งที่คิดว่าคนๆนี้จะเป็นเพื่อนกับเขาได้ยามที่เขาต้องมาเผชิญโลกมนุษย์ลำพังแบบนี้  กลับถูกกล่าวหาได้อย่างใจร้ายแบบนี้ในที่สุดหยดน้ำตาเม็ดใสก็หลั่งไหลลงมาเป็นสาย  ยองเบที่เห็นแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกความรู้สึกผิดก่อตัวท่วมท้นในจิตใจ 

 

น-นี่หยุดร้องซะ  ฉันขอโทษแล้วกันฉันผิดเอง  เธ...เอ่อ...จียงเองก็เลิกเรียกแทนตัวเองว่าข้าก่อนสิ  คือ..คนบนโลกเขาไม่ใช้คำแบบนั้นแล้ว  โอเคป่ะ? 

 

แล้วจะให้เรียกแทนตัวเองว่าไงล่ะ? จียงปัดน้ำตาทิ้งแล้วหันมาถามตาใส 

 

อืมมม  จียงอายุเท่าไรแล้วล่ะ? 

 

21 

 

เท่าไหร่นะ? 

 

21 

 

“O[]O!!” 

 

ท-ทำไมหรอ?? เมื่อเห็นว่ายองเบช็อคไปจียงจึงเขยิบเข้าไปถาม 

 

ก็ร-เราอายุเท่ากันเลย.. ยองเบตอบเบาๆ แต่สิ่งที่ตะโกนกรีดร้องก้องอยู่ในใจคือ ทำไมหน้ากรูแก่กว่าได้ถึงเพียงนี้!!!!!!!’ 

 

จริงหรอ??  แล้วเราจะเรียกกันว่าไงล่ะ?? จียงมีท่าทางดีใจขึ้นมาอย่างชัดเจน 

 

เอ่อ....เรียกแทนตัวเองว่าฉัน  แล้วเรียกอีกคนว่านายก็แล้วกัน 

 

เย้!!!” จียงกระโดดโลนเต้นอย่างดีใจ  ซึ่งยองเบก็ไม่เข้าใจว่ามันน่าจะดีใจตรงไหน  แต่รอยยิ้มนั่นก็ทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก  ความรู้สึกแปลกๆที่เหมือนกับว่าได้พบเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานไหลบ่าเข้าสู่หัวใจทำให้เขาต้องปล่อยยิ้มอออกมา 

 

พอแล้วน่า...ตอนนี้จะตีสามแล้วเข้านอนก่อนดีกว่า  พรุ่งนี้ค่อยคิดเรื่องอื่น ยองเบบอกจียงก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย  ยองเบขึ้นไปจัดห้องนอนที่ว่างอยู่อีกห้อง 

 

* 

 

* 

 

ราตรีสวัสดิ์จียง 

 

ราตรีสวัสดิ์ยองเบ 

 

และแล้วทั้งคู่ก็เข้านอนในเวลาเกือบตีสามครึ่งโดยที่จียงนอนห้องยองเบส่วนยองเบไปนอนห้องรับแขก  ก็เพราะเหตุผลที่ว่า....เตียงที่ห้องรับแขกแข็งไปจียงนอนแล้วเจ็บหลัง  ถึงจะบอกให้ทนๆไปก่อนแต่อีกสองนาทีต่อมาจียงก็จะมาเคาะห้องแล้วบอกว่าไม่มีผ้านวมนุ่มๆกว่านี้แล้วหรือ  แล้วอีกสารพัดคำถามก็ตามมา...ในที่สุดการกล่าวคำว่าราตรีสวัสดิ์ก็มีความหมายอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อยองเบยอมสละที่นอนนุ่มๆผ้านวมอุ่นๆให้กับจียง 

 

ค่ำคืนอันยาวนานทำให้ร่างกายเหนื่อยอ่อนทั้งจากการทำงานตอนช่วงกลางวัน  และเหตุการณ์แปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทำให้ยองเบหมกมุ่นกับความคิดต่างๆนานา  ที่ว่าพรุ่งนี้จะต้องหาทางส่งตัวจียงกลับคืนครอบครัวที่อาจจะกำลังรอคอยลูกชายตัวน้อยอยู่ที่ไหนสักแห่งให้ได้  อาจจะต้องแจ้งความ.....เมื่อความคิดเริ่มถึงทางตันสมองก็เริ่มล้า  ร่างกายถึงเวลาพักผ่อนจริงๆ..และก่อนที่เขาจะจมสู่ห้วงนิทรา  เขาได้ยินเสียงสนทนาดังมาจาห้องของเขาเอง..จียงคงกำลังคุยกับคนในจินตนาการอีกแล้ว  และเขาเหนื่อยเกินที่จะลุกไปดู...... 

 

~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~**~*~** 

 

 

08:00 am 

 

‘YB เบเกอรี่ 

 

ฮ้าวววว .......ง่วงชะมัด  เอ่อ... จียงนายจำที่ฉันบอกได้ใช่มั้ย? ยองเบขับรถพาจียงที่นั่งขยุกขยิกบนเบาะข้างคนขับเข้ามาจอดภายในซอกตึกข้างร้านเบเกอรี่ของเขา  ก่อนที่จียงจะก้าวออกมาจากรถยองเบลองถามถึงเรื่องที่เขาเตี๊ยมกับจียงตอนที่ขับรถออกมาจากบ้านเมื่อเช้าว่าจียงเข้าใจตามนั้นแน่ๆ 

 

จำได้  อยู่เฉยๆ...อย่าพูดคุยกับใคร...ฯลฯ จียงทวนประโยคที่ยองเบพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ยองเบฟังอีกครั้ง 

 

จียงดูเหมือนจะมีอาการแตกต่างไปจากเมื่อคืนเพราะไม่พูดถึงเรื่องสวรรค์หรืออะไรทำนองนั้นอีกเลย  ที่จริงแล้วจียงว่าง่ายเมื่อเขาขอให้จียงอยู่เฉยถ้าหากจะเข้าไปในร้านเบเกอรี่ของเขาด้วย  จียงไม่เถียงคอเป็นเอ็นเมื่อเขาขอให้อย่าพูดถึงเรื่องในจินตนาการกับคนอื่น  มันดูเหมือนคนที่มีอาการปกติดีทั่วไป...แต่ทำไมเขาถึงคิดว่านี่แหละมันผิดปกติ 

 

อันที่จริงจียงไม่เข้าใจว่าทำไมยองเบถึงไม่เชื่อถึงเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง  จนกระทั่งเมื่อคืนพี่เบ็คกี้ต่อสายตรงลงมาคุยกับเขาตอนที่เขาเข้านอน  พี่เบ็คกี้อธิบายว่าโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์มันมีขีดเส้นแบ่งระหว่างกันพอสมควร  จึงเป็นเรื่องยากที่มนุษย์จะเชื่อใจเรื่องที่เขาเล่าไป  และมันจะดีกว่าถ้าเขาเก็บมันไว้เป็นความลับ....คงเป็นสิ่งดีที่ยองเบไม่เชื่อเขาตั้งแต่แรก 

 

ประตูหน้าร้านเบเกอรี่ของยองเบยังคงแขวนป้ายไว้ว่าปิด  และบอกเวลาบริการไว้ว่า 09:30am – 09:30pm  แต่ภายในมีคนสองสามคนกำลังทำความสะอาด  เมื่อยองเบเปิดประตูเข้าไปคนหนึ่งในร้านที่กำลังเช็ดตู้กระจกก็หันมาพยักหน้าทักทาย  เด็กหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังถูกพื้นอย่างขะมักเขม้นก็ส่งยิ้มหวานพร้อมทั้งก้มหัวทักทาย  ยองเบยิ้มตอบกลับอย่างอ่อนโยน  จนเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงอีกคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนในชุดแต่งกายสีดำทั้งชุดนั่งทำหน้าหล่อ...อย่างที่ไม่ต้องพยายามทำมันก็หล่อโดยไม่ต้องลำบากอยู่แล้ว 

 

ซึงรี...นายปล่อยให้ลูกค้าเข้ามาแล้วหรือ? ยองเบกระซิบถาม 

 

อ๋อ...มะ-ไม่ใช่หรอกคับพี่ยองเบ  นี่พี่เทมโปเป็นญ-ญาติของผมเองคับ เด็กหนุ่มร่างโปร่งตอบอย่างตะกุกตะกักจนยองเบอดสงสัยไม่ได้ 

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อเทมโปหันมามองยองเบแล้วอยู่ๆก็ลุกขึ้นยืน  สายตาทอดมองไปยังคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังยองเบ สายตาคมกริบฉายแววฉงนเล็กน้อยแต่ดูเหมือนมีนัยอื่นแฝงอยู่ภายใน  ยองเบหันหลังกลับไปมองพบว่าคนที่เทมโปจ้องมองอยู่คือจียง  และจียงก็จ้องมองเทมโปด้วยสายตาอ่านไม่ออกเช่นกัน 

 

ซึงรีที่เพิ่งจะเห็นจียงเดินตามยองเบเข้ามาก็จ้องมองจียงด้วยสายตาที่ฉายแววอิจฉาน้อย....ตัวเล็กๆ  หน้าสวยๆ  ขาวๆ แบบนี้นี่เองที่พี่ยองเบชอบ 

 

ยองเบที่มองจียงด้วยความสงสัยแล้วต้องหันกลับมามองเทมโปอีกทีแล้วจบลงที่ซึงรีเมื่อเห็นซึงรีมีสีหน้าสลดลงไป  ดวงตาของยองเบจึงสะท้อนแววเจ็บปวด...ที่แท้นายก็ชอบคนสูงๆ หล่อ ๆ คมๆ แบบนี้นี่เอง 

 

ส่วนอีกชีวิตที่กำลังเช็ดตู้กระจกอยู่ก็กันไปมองดูทุกคนที่ยืนส่งสายตาชวนเวียนหัว  แล้วพลางคิดว่าฮัลโหลลลลล....สวัสดีค้าบบบผมนายจินฮวานนั่งอยู่ตรงนี้เมิงหันมาสนใจกรูหน่อยได้มั้ยยย??? 

 

เทมโปจ้องมองจียงอย่างไม่ละสายตา  ทุกคนบนโลกนี้อาจจะไม่ได้เห็นอย่างที่เขากำลังเห็นแต่เงาปีกสีขาวที่อยู่ข้างหลังนายนั้น.....มันช่างสวยงามจริงๆ 

 

จียงเองก็ไม่ยอมหลบหลีกแววตาคมนั้นเช่นกัน...บางทีอาจจะเพราะกำลังสงสัยว่า ชายหนุ่มที่มีเงาปีกสีดำสง่านั้นมาทำอะไรอยู่บนโลกมนุษย์นี้...  

 

TBC. ชี้แจงแถลงไข : เอิ้กๆๆๆ คิดว่าคนที่อ่านตอนแรกคงคิดว่าคนที่เกือบขับรถชนจียงจะเป็นเทมโปล่ะสิท่า

ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ ปั่นตัวโก่งเลยฮับ  เหนื่อยๆ หิวๆ หวังว่าจะชอบกันน๊า  อ่านแล้วเม้นต์คนเขียนชื่อใจนะคร้าบบบบ

 ถ้ามีคำไหนผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วยนะ  เค้าไม่มีเวลาตรวจทานเลย  เอ้อ...bgรูปเชอรี่ชอบกับป่ะ

 เค้าว่ามันสดใสดี.......ไปล่ะแล้วจะมีใหม่พร้อมสติกม่า8จ้า  จุ๊บๆๆๆๆๆๆ

edit @ 26 Aug 2009 17:03:49 by T-ReX's a Dark Angel

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มีต่อช่ายมะ

มาต่อไวๆนะคะ

สนุกดีอ่า

ในที่สุด เทวากะซาตานก็ปะกันแล้วววววววว

#1 By newvip_bblove on 2009-08-26 17:31

พี่ฟาง...คิดถึงจังเลย....

ตอนแรกเบียร์ก็คิดแบบนั้นแหละ

คิดว่าเทมป์ขับรถชนจียงแล้วพาไปอยู่ที่บ้านด้วย

แต่พออ่านว่าพ่อจียงจะสาปให้เตี้ยล่ำ

ก็รู้เลยว่าเป็นใคร

ว่าแต่....จะมาอีกเมื่อไหร่คะ

เบียร์จะรอนะคะ....

#2 By nubeer on 2009-08-26 19:09

สนุกดีค่ะเรื่องน่ารักดี
อยากให้มาต่อไวๆนะคะ
อยากรู้ว่าเทพกับซาตานจะทำยังไงต่อไป
ฟิคเรื่องอื่นก็น่าอ่านนะคะ
เดี๋ยวจะมาอ่านใหม่แน่นอน

#3 By pim (110.49.0.239) on 2009-08-27 13:44

ตายแล้วววววว

tempoเป็นปีศาจงั้นเหรอwriter...

ตายแล้วอย่างนี้ซาตานกับนา(ง)ยฟ้าจะสมหวังเป็นดองกันป่ะเนี๊ยะ....

ตายแล้วราชาteddyคงไม่พอพระทัยเป็นแน่แท้...sad smile sad smile wink

ซวยแล้วTempเอ๊ย.....

รีบupนะชอบfeelนี้นะ stigmaเล่นเอาไมเกรนกำเริบ...ชอบจียงใสใสน่าฟัด..อุ๊อุ๊..น่ารักแบบนี้อ่ะ

แล้วไอ้ซาตานก็ดูเลวร้ายดี...ชอบๆๆๆๆๆ

#4 By ... (124.122.147.166) on 2009-08-28 02:08

น้องฟาเอาจริงๆเหอะ อ่านทีแรกพี่ต้าก็นึกว่าเป็นเทมป์นะคะที่ขับรถชนเจ้าชาย แต่พออ่านไปๆ อ๋อ ไม่ใช่นี่หว่า 555 แอบหลอกคนอ่านด้วยนะเรา *ลูบหัว*

เจ้าชายบลิงๆ มากด้วยอาภรณ์และผิวสีน้ำนม พี่อยากขับรถชนคนบ้าหน้าตาแบบนี้อ่า หาได้ที่ไหนคะน้องฟาง?? 5555

บทสนทนาของจียงกับยองเบก็น่ารัก น่าเอ็นดู สงสารยองเบมากซวยมาทั้งวันแล้วยังมาเจอเจ้าชายจียงอีก แต่ก็สงสารเจ้าชายนะ ที่พยายามจะหยิบของให้ยองเบดูแต่นั้นแหละของจากสวรรค์ สายตามนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆจะมองเห็นได้อย่างไร(จากเจ้าชายเลยกลายเป็นคนบ้าไปเฉยเลย 555)

ยองเบเปงคนดีมากเสียสละที่นอนกะผ้าห่มให้คนบ้านด้วย

และนั่นที่ร้านๆ เจ้าชายเจอคนหล่อแล้ววว ฮิ้ววววว ลุ้นมากมายว่าจะเกิดอะไรขึ้น ภารกิจจะเป็นไปยังไง!!!

ว่าแต่ว่ายองเบกะซึงนี้...อืมมม ไม่รู้ตัวเองกันซะเลยเนอะ อิอิ

ลุ้นสองคู่ ด้วยใจระทึก อิอิ

ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆ เบาสมองนะคะน้องฟาง

ปล,ตีมใหม่สดใสมากคะ มีแองเจิ้ลด้วยย เริ่ดด

คิดถึงน้องฟางนะคะ

ดูแลตัวเองด้วย

แล้วแว่บมาอีกนะคะ

big smile

#5 By ::burnitbytatar:: on 2009-08-29 10:26

ยุฮุ้น้องฟาง พี่กำลังคิดว่าที่ไหนเค้าจะห่อปุ้จายทั้งห้ากลับบ้านให้เราได้บ้าง ถ้าหาได้พี่จะจัดเผื่อน้องสักชุดนะคะ

5555

อืม น้องฟางไม่ต้องตามเก็บทุกเอนทรี่ของพี่ต้าก็ได้นะคะ มันเยอะมาก เสียเวลาหนูอ่า แค่หนูกลับมาพี่ก็ดีใจมากแล้ว เพราะน้องฟางเปงน้องคนแรกๆที่พี่ต้ารู้จัก*ลูบหัว*ไม่อยากให้หายไป...

ปล1,อ่านเฉพาะฟิคก็พอคะ 555

ปล2,รูปสุดท้ายในบล็อกหนูจะเลือก she ไปใส่ในหัวข้อไหนคะ ไม่มี maid หรือ slave ไว้ให้เลือกหนา

55555

have a nice day na ka

จ๊วฟฟฟฟฟฟฟ

#6 By ::burnitbytatar:: on 2009-09-01 11:18

รูป Avatar สวยมากกกกกกกกกกก

แนวอ่ะ!!! สุดยอดเลยค่ะ อิอิ

อ่าามีฟิคด้วยแหะๆๆ

เราขอติดไว้ก่อนนะคะ

ไม่โกดนะ! เดี๋ยวเรามาอ่าน >M<

อิอิ เย้ๆๆดีใจเจอคนแต่งฟิคเทมจีอีกคนแล้ว กรี๊ดดดด

เดี๋ยวเราเอาไปแนะนเพื่อนต่อ อิอิ

#7 By Onezo on 2009-09-01 21:39

พี่ฟาง...เข้าบล็อคพี่แล้วสดชื่นอะ

ชอบพี่สดใสดี

ขอบคุณพี่ฟางมากๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณที่ไปตามเก็บจนครบเก่งมาก

พี่เองก็สุขภาพไม่ค่อยดีใช่มะ ไม่ค่อยมีเวลาด้วย

พักผ่อนเยอะๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะ

พี่ฟางเป็นพี่สาวอีกคนที่น่ารักมาก

คิดถึงพี่เหมือนกันค่ะ

ไปนอนและนะ บ๊าย บาย

#8 By nubeer on 2009-09-01 23:28

จียงน่ารักจังเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าเทมโปเป็นคนที่ขับรถชนเสียอีก ยองเบกับซึงรีเขาต่างเข้าใจกันผิดใช่ป่าวคะ สงสารจินฮวานที่ถูกลืม เรื่องสนุกมากค่ะอยากรู้ว่าเทวดากับซาตานเมื่อเจอกันแล้วจะทำยังไงต่อไป ดีใจค่ะที่ไรท์เตอร์กลับมาเขียนฟิคเหมือนเดิมแล้วอย่าหายไปอีกนะคะ

#9 By Boom Boom Dolls (202.149.25.40) on 2009-09-12 00:57

น่ารัก น่ารักมากๆเลยฟางเอ้ย

เขียนดีมากๆ แนวนี้พี่หลงอะค่ะใสๆบริสุทธิ์ชอบๆ

ในที่สุดเทวดากับซาตานก็เจอกันแล้ว ไชโย!!!

รักไรท์เตอร์คนนี้จังเลย

ขอโทษนะฟางพี่งานหนักมาก เวลาพักผ่อนน้อยจริงๆ

ก็อย่างคุยกันในเอ็มล่ะ เจ้านายพี่โหดค่ะ

รู้มั้ยฟิคที่เราเขียนLPอานะ มีคนไปเม้นแล้วล่ะ

พี่ไม่รู้ว่าจะมีเวลาเขียนฟิคจริงๆหรือเปล่า พี่ขออนุญาตให้เค้าลิงค์มาหาฟางละกัน

ไหนๆฟางก็เขียนของLPไว้เยอะ พี่จะขออนุญาตฟางเอาฟิคที่ฟางส่งให้พี่เอาลงบล็อกพี่นะ

เดี๋ยวค่อยคุยกันอีกทีนะ

#10 By mikey-chazzy on 2009-09-16 14:49

55555 เทวดาถูกหาว่าเป็นคนบ้าซะแล้ว
ตลกดีอะแก

จินตนาการแกมันไร้ขีดจำกัดจริงๆ

นับถือๆ

แต่เทวดากำลังจะเจอกับซาตานใช่มะ
เด๋วไปตามอ่านก่อน

ขอโทษที่มาช้าว่ะ อย่างกูไม่ตามไม่มา555

#11 By 18 หลอด on 2009-10-01 11:30

สนุกดีนะ

จียงเป็นเทวดาตัวน้อย

ส่วนเทมโปเป็นซาตานหรอ

เจอกันแว้ว

ลุ้นตอนต่อไปจัง

#12 By still be alive (114.128.99.245) on 2009-12-08 13:46